ผมเชื่อว่าสวิสเป็นหนึ่งในประเทศที่เรียนโหดมากที่สุดแล้ว
(อย่างน้อยก็โหดกว่าเกาหลีแน่ๆหละ เพราะที่สวิสนี่ให้เกรดยาก แถมให้ตกเป็นว่าเล่น)
 
ก่อนมาเรียนโทที่สวิส.. ผมเคยมาฝึกงานที่สวิสก่อน.. 
สมัยนั้น เคยมีคนเล่าชีวิตการเรียนที่สวิสให้ผมฟัง..
ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เค้าได้เรียนรู้ในมหาลัยเนี่ย.. คือการไม่ "give it all"!!
 
ฟังดูอาจจะแปลกๆเหมือนเป็นผู้แพ้ที่ทำอะไรไม่เต็มที่!!!
 
แต่เค้าเล่าให้ผมฟังว่า ในบางโปรเจค หรือบางการสอบเนี่ย
ถ้าเราใส่ความพยายามเข้าไปปริมาณหนึ่ง เราก็จะได้ความสำเร็จมาปริมาณหนึ่ง
แต่ถ้าเราใส่มากถึงจุดๆหนึ่งเนี่ย ความสำเร็จมันก็ไม่ได้เพิ่มจากเดิมมากมายไปกว่าเดิมเท่าไหร่
หรือบางทีมันจะมีบางโปรเจคเนี่ย..​ไม่ว่าเราจะพยายามเท่าไหร่ก็ทำไม่สมบูรณ์เสียทีก็ได้
แต่มันบั่นทอนพลังของเราไปมหาศาล ทำให้เราใส่พลังเข้าไปในวิชาอื่นได้น้อยลง
ซึ่งทำให้ผลลัพธ์วิชาอื่นไม่ดีเท่าที่เราต้องการ
 
ดังนั้น ความสำเร็จของโปรเจคหนึ่ง เราไม่ต้องทำให้ 100%ก็ได้..
แต่จะตั้งไว้ซัก 90% ก็นับว่าเพียงพอแล้ว (หรืออาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่านั้นตามแต่งาน)
เค้าสรุปสิ่งที่เรียนรู้ที่สวิสนี่คือการแบ่งพลังและความพยายามของเราอย่างไร
ที่จะทำให้เราได้ 90% นี้ในทุกวิชา แทนที่จะเป็น 100% วิชานึง แล้ววิชาอืนง่อยหมด
หรือ 100% ทุกวิชา แต่ชีวิตเราไม่เหลือให้เราไปพัฒนาตัวเองในด้านอื่นเลย
(พัฒนาจิตใจหรือพัฒนาความสัมพันธ์กับคนรอบข้างก้สำคัญไม่แพ้กัน)
 
ผมเชื่อว่าคอนเซปนี้จริงมาก..และยังใช้มันเรื่อยมาครับ..
ชีวิตเราไม่ใช่พระเอกแบบในกาตูน ที่ชอบบอกว่า "ถ้าเราพยายามเต็มที่ เราต้องทำได้"
เพราะในชีวิตจริงมันมีสิ่งที่ไม่ว่าเราพยายามเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จอยู่
ดังนั้นสิ่งที่ผมคิดคือ "ถ้าเราแบ่งความพยายามของเราให้ได้ผลประโยชน์รวมในทุกด้านสูงสุด
ถึงจะไม่ Perfect นั่นคือความสำเร็จของเรา!!"
 
.....

สมัยก่อนนานมาแล้วผมเคยเป็นพวกนิยมความสมบูรณ์ที่ชอบทำทุกอย่างให้ Perfect..
แต่ครั้งหนึ่งอาจารย์ชาวอเมริกันคนหนึ่งเคยถามผมว่า
"คุณเป็นพวก Perfectionist หรือเปล่า" ..
"ไม่ครับ!"ผมตอบแบบsafeๆ 
อาจารย์ตอบกลับว่า "ดีมาก..เพราะถ้าคุณเป็น..คุณจะไม่สามารถทำงานให้เสร็จได้เลย.."
 

Comment

Comment:

Tweet

ก็จริงนะ เราก็เป็นคนชอบทำอะไรให้เพอร์เฟ็คตลอด แต่แม่ก็บอกตลอดว่า "ไม่มีอะไรเพอร์เฟ็คหรอกลูกก .." confused smile Hot! Hot! Hot!

#8 By หมอเน็ท on 2013-07-19 09:10

เรียนหนักงานรอข้างหน้า

#7 By ปิยะ99 on 2013-06-07 08:36

เป็น concept ที่ดีในการทำงานเลยครับ
ไม่มีอะไร Perfect big smile

#6 By Elta_kung on 2013-06-05 15:54

ชอบเนื้อหาบทความนี้ครับ เห็นด้วยมากๆ ถ้าเราทุ่มไปด้านใดด้านหนึ่ง แม้จะดูเหมือนเป็น Expert แต่ในภาพรวมแล้ว เราอาจจะสอบตกในวิชาอื่นๆ การรู้กว้างๆ อาจจะสร้าง Combination ของผลลัพธ์ได้ดีกว่า confused smile

#5 By Faith on 2013-05-25 11:25

อ่านแล้วสบายใจ
โอเคเลย :D

#4 By winter-moonlight on 2013-05-24 18:46

ความเฟอเฟกไม่มีจริงหรอก open-mounthed smile
ถ้ามีจริง กับใคร คนๆนั้นก็ไม่เฟอเฟกแล้ว
เพราะหลงตัวเอง คนเฟอเฟกแท้จริง
มักบอกว่าตัวเองไม่เฟอเฟกเสมอ เป็นสัจธรรม

#3 By p.cobra on 2013-05-24 18:35

อาจารย์...ชัดเจนมากค่ะ 5555+

#2 By -:+Hell whalE+:- on 2013-05-24 16:32

ขอบคุณค่ะ บทความดีมากเลย big smile

#1 By D-dale (103.7.57.18|118.173.5.242) on 2013-05-24 16:30

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...