สวิสมีเรื่อง 5 : Geek

posted on 06 Feb 2013 05:45 by sage0-0nu in Switzerland directory Diary
ที่มหาลัยผมที่สวิสมันมีเรื่องขึ้นชื่ออยู่เรื่องหนึ่ง...
ถ้าพูดถึงมหาลัยนี้ปั๊บ.. ใครๆก็รู้เลยว่าพวกนี้มัน Geek!!!
 
(สำหรับผู้ที่ไม่รู้ว่า Geek คืออะไร... 
แปลแบบหยาบๆคือผุ้ที่มีความสนใจอะไรในเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษมากๆๆๆๆ
และส่วนมากเป็นเรื่องที่ชาวบ้านไม่สนใจ
เอาง่ายๆก็คือพวกไม่ค่อยปกตินั่นแหละ)
 
แถมในมหาลัยผม..​ยังมีภาควิชาหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่า Geek ที่สุดในมหาลัยด้วย..
ภาคที่ว่านั้น..มันคือ..
ภาคผมเอง..
ภาควิชาวิศวะระบบสื่อสารนี่เอง..
มันถึงกับได้รับการขนานนามว่าเป็น Geek's Lair (ถ้ำของGeek) เลยทีเดียว
 
ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าผมจะหลุดเข้ามาโลกประหลาดๆแห่งนี้เสียแล้ว...
ประหลาดแค่ไหน..​เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง
 
 
 
..
.
เอาคนแรกนี่ก่อนแล้วกัน..
คนแรกนี้เมพจริงๆ..
เป็นผู้ชายผอมสูงมว้ากกก
ส่วนหน้าตา พอเห็นปั๊บก็รู้เลยว่าคนนี้มันเหนือชั้นกว่าคนธรรมดา..
เพราะหน้าตาเค้าก็ประมาณนี้แหละ
 
เปลี่ยนผมให้เป็นสีทองหน่อย
แล้วก็เปลี่ยนผมเป็นทรงเดียวกับ Johny Depp ในเรื่อง chocolate factory หละใช่เลย
 
แล้วเค้าเมพยังไง..
วันหนึ่ง..
ผมนั่งเรียนข้างๆเขา..
ผมใช้กระดาษกับดินสอจดบทเรียน
เขาใช้ MacBook Air จดบทเรียน!!!
มันพิมพ์สมการในคอม!! โดยใช้ภาษา Latex!!!
(Latex เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการพิมพ์เอกสาร
ซึ่งส่วนมากผู้เขียนบทความวิชาการต้องใช้ภาษานี้)
แล้วสมการที่เรียนในห้องนี่ ไม่ใช่ x+y=xy+5 อะไรแบบนี้นะครับ..
สมการที่เรียนมันเป็นแบบ..
หน้าตาประมาณนนี้..
แล้วมันพิมออกหน้าตาก็จะยุ่งๆแบบนี้แต่ยาวกว่า
\iint_{R}\frac{P_{x}(x))}{N_{b}(x^2)))}\
 
หลังจากที่เห็นมันนั่งพิมพ์อยู่นานผมก็อดสงสัยไม่ได้...
ผมมีคำถามในหัวอยู่สองคำถามที่อยากจะถามเขามากๆ..
1)มึง.. ทำได้ไง?
เพราะถ้าเป็นคนทั่วไปเนี่ย.. ไม่มีใครจะมาพิมอะไรยาวๆตามอาจารย์เขียนบนกระดานดำทันหรอก
แล้วคำถามที่สอง..
2)มึง.. ทำทำไม?? 
ข้อสองนี่สงสัยมากกว่าข้อหนึ่งอีก..
 
 
ด้วยความสงสัยผมก้เลยไปคุยกับเขาซะหน่อย
ปรากฎว่าเค้าเป็นคนเยอรมัน (ถึงว่าสูงนัก)
แล้วเค้าก้บอกว่า แต่ก่อนเนี่ย เค้าใช้สมุดจดกับดินสอเหมือนชาวบ้านนั่นแหละ
แต่เขาขี้ลืม.. บางทีก้ลืมสมุดวิชาโน้น บางทีก้หยิบมาผิดวิชาบ้างอะไรบ้าง
สุดท้ายเค้าเลยแก้ปัญหา โดยการพยายามจดในคอมแทน
พอออกจากบ้านมาจะได้ไม่ต้องหยิบอะไรนอกจากคอมก็พอ
 
อื้ม..​แก้ปัญหาได้ดี..
 
นั่นคือคำตอบของคำถามที่สองว่า ทำทำไม..
ส่วนคำถามแรกว่า ทำได้ไงเนี่ย..​ผมคงไม่ถาม
เพราะว่าระดับ Geek โปรๆขนาดนี้แล้วเนี่ย.. เรื่องแค่นี้เป็นเรื่องจิ๊บๆ~ 
 
 
 
 
.....
คนถัดมาอีกคนหนึ่งที่ผมรู้จัก..
คนนี้เป็นเพื่อนสวิสคนแรกของผม..
แล้วผมก็ขอยกให้คนนี้geekตัวพ่อเลย..
 
เริ่มจากแบบฟอร์มก่อน..
เสื้อผ้าเค้าส่วนใหญ่จะหนีไม่พ้นเสื้อ geekๆ เลย..
ตัวอย่างเช่น..
เสื้อยืด.... เป็นเสื้อที่มีแต่ตัวเลข
เป็นตัวเลขของค่า Pi ในคณิตศาสตร์ที่สมัยเด็กๆท่องกัน 3.14 นั่นแหละ
โตขึ้นมาก็ท่องยาวขึ้นเป็น 3.1416
แต่บนเสื้อนี่..
3.1415926535 8979323846 2643383279 5028841971 6939937510 5820974944 5923078164...
และอีกยาวมากกกก ยาวมากกกจนเต็มเสื้อเลยครับ..
ยาวจนผมไม่กล้าประมาณว่ามัน 1000 หลัก หรือว่าหมื่นหลักกันแน่
เอาเป็นว่า.. Geek โคตๆครับ..
 
เค้าเป็น geek ที่แปลกมาก..
คือ Geek ปกติจะมีความ specialise ด้านใดด้านหนึ่ง..​เช่นคอมบ้าง..กล้องบ้าง..อินเตอร์เนทบ้าง..
แต่ Geek คนนี้..ตัวพ่อจริงๆครับ
ตั้งแต่รู้จักมาปีครึ่งเนี่ย ยังไม่เจอเรื่องอะไรที่เค้าไม่รู้เลย..
ไม่ว่าจะคุยเรื่องอะไร ถามเรื่องอะไร เค้าก้รู้ลึกรู้จริงตลอด..
เรื่องหนัง... รู้ตัวละคร+คนแสดงของคนแทบทุกเรื่อง..
เรื่องIT... รู้ชื่อ CEO กับประวัติมากมาย
เรื่องเพลง.. รู้เพลงเก่าๆย้อนไปสมัยพ่อได้มั้ง
เรื่องมือถือ.. รู้ทุกอย่างเลยก้ว่าได้..
 
พูดถึงมือถือ.. ตอนรู้จักครั้งแรกสมัยฝึกงาน เค้าใช้มือถือเก่าๆเครื่องหนึ่ง
ไม่แปลกใจเท่าไหร่.. เหมาะกับบุคลิกมันมาก​
เป็นวิธี Geek Indy ที่แท้
 
ผมเจอเค้าอีกครั้งหนึ่งตอนมาเรียนต่อโท..
เค้ากลับไปใช้ samsung gal S3 ซะงั้น!!!
นี่มันขัดกับวิถี Geek Indy ชัดๆ!!!
ผมถามเค้าว่าทำไมถึงไปใช้ S3 หละ..
เค้าตอบมา... มันไม่ใช่มือถือเค้า
แต่เค้ากำลังพัฒนาโปรแกรมลง Android..
ทางLabที่เค้าอยู่เลยให้ S3 มาใช้ทดสอบโปรแกรมดู
เอิ่ม... 
โปรแกรมบนSmartphone จากผู้ที่ไม่ใช้Smartphone..
นี่แหละ Geek indy ตัวพ่อจริงๆ..
 
 
...
 
ผมรู้สึกว่าผมเริ่มจะเขียนยาวเกินไป..
ผมควรจะตัดจบได้แล้ว..
ก็สรุปก้คือ..
ผมได้หลุดเข้ามาโลกที่ต่างจากชาวบ้านธรรมดาเสียแล้วครับ..
ไว้มีอะไรสนุกๆ ประหลาดๆจะมาเล่าให้ฟังใหม่..
 
 
ปล. อย่าคิดว่า Geek เหมือนกับ Nerd นะครับ
เพือ่นผมเนี่ย ไม่มีใคร Nerd สักคน..
ทุกคนก้ไปสังสรรค์ ร่ำสุรา จัดปาร์ตี้กันปกติ ไม่ได้บ้าเรียนอะไรมากมาย
จุดต่างของ Geek เพือ่นผมเหล่านี้คงเป็นแนวคิดที่ไม่เหมือนคนธรรมดามากกว่าครับ

edit @ 6 Feb 2013 07:11:11 by sage_nu

Comment

Comment:

Tweet

ตอบแทนคับ พี่นุ Geek สาย Y คับ

#8 By anonumous (103.7.57.18|192.168.100.245, 192.168.0.94, 110.171.45.104) on 2013-02-06 20:33

ฝรั่งเวลาเค้ารู้อะไรแล้วรู้ลึกรู้จริงมากๆ เวลาคุยด้วยก็จะอึ้งกันไป
(แล้วก็รู้สึกว่าอันตัวเรานั้นมีสมองเท่ามดเมื่อเทียบกับเค้า ฮื้อออ)
ชอบคนที่พิมพ์ด้วยlatexมาก เคยพยายามจะใช้แต่ว่าล้มเหลว...T_T

#7 By Rose on 2013-02-06 18:10

ไม่ธรรมดามาก
แต่ละคนนี้... แนวจริงๆ ฮ่าๆๆ

#6 By winter-moonlight on 2013-02-06 17:20

Geek อ่านๆดูแล้วเป็นพวกอัจริยะเพี้ยนๆรึเปล่านะ sad smile
แบบไอสไตน์ แต่เจ๋งนะ อ่านดูแล้ว ต้องฉลาดโคตะระแน่เชียว
อ้าวแล้ว นุล่ะคับ (คิดแบบความเห็น #2,3) cry embarrassed Hot!

#5 By p.cobra on 2013-02-06 16:39

การเขียนสมการในคอมเป็นเรื่องยากจริงๆ ถ้าไม่ใช้โปรแกรม mathtype เคยลองใช้ latex พิมพ์เหมือนกัน ถ้ายังไม่ชินนี่พิมพ์ยากมาก

#4 By φυβλας on 2013-02-06 09:43

confused smile เปนGeekที่น่ารักดีนะ ชอบคุณGeek Indy ดูเจ๋งดีจริง :DD ว่าแต่คุณSage nu Geekแบบไหนคะdouble wink

#3 By Mine on 2013-02-06 09:29

น่าจะเล่าเรื่องนุเองบ้าง ว่า geek ยังไง :)

#2 By Nutt (103.7.57.18|188.63.56.126) on 2013-02-06 09:02

ชะ ชาบู!

#1 By KANYA on 2013-02-06 08:23

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...