มาสวิสได้ครบหนึ่งเดือนละครับ
เที่ยวกันทุกสัปดาห์
โดยเฉพาะสองสัปดาห์ที่ผ่านมาเนี่ยหละ โหดไม่ใช่เล่น
เดินเขาวันละ 7 ชั่วโมงทางชันๆตลอด
วันนี้ผมก้จะมาเล่าทริปที่ไปมาสัปดาห์ 
โดยผู้ร่วมทางเนี่ย เป็นผลพวงมาจากเมื่อฝึกงานที่สวิสปีก่อนครับ
-------------------------------
ขอแฟลชแบ๊คไป 1 ปี..
1 ปีกว่าๆก่อน สมัยยังเรียนที่เกาหลี ผมได้มาฝึกงานที่สวิสครั้งหนึ่ง
ครั้งนั้นเอง วันหนึ่งขณะที่ผมนั่งรถไฟจะไปเมืองๆหนึ่ง
ผมได้ยินเสียงคนไทยคุยกันบนรถไฟ..
ผมเลยตัดสินใจไปคุยด้วย พอดีนั่งรถไฟนานๆแล้วมันเบื่อ
กะว่าคนไทยที่คุยกันคงเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวอะไรงี้
 
-ผม: สวัสดีครับ มาเที่ยวกันเหรอครับ
~กลุ่มคนไทย: ปล่าวคับ พวกเราเรียนกันที่สวิสครับ
-อ้าว จริงเหรอครับ ผมตอนนี้ก้ฝึกงานอยู่ที่มหาลัยในสวิสเหมือนกัน
~อ้าวเหรอ แล้วอยู่มหาลัยอะไรคับ
-EPFL ครับ แล้วพวกพี่ๆละครับ
~ก็ EPFL เหมือนกัน!!! 
-อ้าว บังเอิญมาก!!!!!! แล้วที่ EPFL มีคนไทยคนอื่นอีกมั้ยครับ
~ก็มีแค่เท่าที่น้องเห็นละครับ!! แล้วน้องจะไปไหนครับ
-ว่าจะไปเมืองนี้อะครับ แล้วพี่ๆไปไหน
~ไปปีนเขาครับที่ Kandersteg ไปด้วยกันมั้ย?
-งั้นผมไปด้วยครับพี่!!! 
 
แล้วนั่น.. ก้เป็นจุดเริ่มต้นของการปีนเขาครั้งแรกในสวิสของผม..
และเป็นครั้งแรกที่ได้เข้า Community ของสมาคมนักเรียนไทยในสวิส
-------------------------------
 
ผ่านไป 1 ปี..​ผมกลับมาสวิส แต่ไม่ใช่ในฐานะนักเรียนฝึกงาน
แต่ในฐานะนักศึกษา ป โท..
แต่ก้ยังคงไปปีนเขาเหมือนเดิม กับพี่ๆกลุ่มเดิม~
 
ทริปนี้เปิดตัวด้วยความเป็นทริปไม่โหดเท่าไหร่นัก..
 
-(ความคาดหวัง) เดินกันชิวๆไปชมปลายธารน้ำแข็ง Orny
ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมงก้น่าจะถึงที่พัก
กินกันเล่นไพ่กัน แล้วก้นอน ตื่นมากลับ..
 
-(ความจริง) ที่พักที่ Orny เต็ม.. ปัญหาคือคนมีถึง 12 คนจึงไม่สามารถหาที่พักได้
ทริปจึงเปลี่ยนกระทันหัน... ต้องเดินจาก Orny ขึ้นยอดเขา
ไปสู่ธารน้ำแข็งที่ใหญ่กว่า สวยกว่า แต่ทางโคตโหดกว่า!!
ต้องใช้เวลาเดินทาง 7 ชั่วโมงถึงที่พัก.. (นานเกือบเท่าตัวเลย!!)
โดยความยากที่บันทึกไว้นี่คือระดับ 4 จาก 6 
ถือว่าเป็๋นทางที่เหมาะสำหรับนักปีนเขามือโปร
ถ้านักเดินเขามือใหม่ ก้สามารถมาได้ ถ้ามีออุปกรณ์เดินเขาพร้อมและมีความอึดสูง
แล้วเรามาดูต่อไป ว่าทริปจะเป็นยังไงต่อ..
 
 
**หมายเหตุ ภาพในทริปนี้ บางภาพอาจเป็นกลางวัน บางภาพอาจเป็นกลางคืน
นั่นเป็นเพราะ บางรูปมาจากรูปขาไป บางรูปมาจากรูปขากลับครับ**
 
 
เริ่มทริปนี้..
ทุกคนก้ขึ้นกระเช้าจากพื้นดินไปที่ความสูง 2km จากระดับน้ำทะเล!!
ถ้านึกภาพไม่ออกก็นึกภาพ ตึกใบหยก  7 ตึก ซ้อนๆๆๆกันขึ้นไปบนฟ้านั่นแหละครับ
หรือไม่ก้มีความสูงประมาณ 1.5 เท่าของภูกระดึง..
อ้ออ..​นี่ยังไม่ใช่ความสูงปลายทางนะครับ..​เป็นแค่ความสูงถึง "ตีนเขา" ที่จะปีน!!!
 
กระเช้าที่นั่งขึ้นสู่สวรรค์ก้เป็นกระเช้าแบบง่ายๆ..
มีแค่ที่นั่ง 2 ที่ แล้วมีเหล็กปิดไว้เฉยๆ
ขาก็ห้อยไว้ สัมภาระก้อุ้มไว้ ไม้เดินเขาก้แขวนกับแขนไว้อย่าให้ตก
 
 
และแล้วเราก้มาถึง"ตีนเขา" สูง 2km ที่ว่า
 
 
ณ จุดนี้..
ก้เริ่มเดินได้ครับ..
ช่วงแรกทางก้จะดิบๆเถื่อนๆหน่อย
เพราะว่าเป็นการเดินเลาะเหว เกือบตลอดเวลา.. 
แต่ยังดีที่ยังไม่ได้เดินชันมากนัก
กะอีแค่เดินเลาะเหวนี่ก้หนักใจมากแล้ว ถ้าชันหน่อยนี่คงตกเขาตายห่าไปก่อนครับ
 
 
ก็อย่างที่บอกหละครับ..
เลาะเหว.. ถ้าลื่นทีก็เตรียมไปเกิดใหม่กันดีกว่า
 
 
แล้วทางมันเนี่ย.. ก็ไกล๊~~~~ไกลเหลือเกินครับ
น่าจะเลาะผาของเขาประมาน 10 ลูกได้มั้งเนี่ย
 
 
ช่วงแรกนี่ เดินกันตัวเกร็งจริงๆ..​กลัวตายจัด
 
หลังจากที่เราเดินเลาะเขาทางราบกันมานานแล้ว
ในที่สุดก้มาถึงเขาที่เราจะปีนกันจนได้..
 
 
ต่อจากนี้ทางจะเริ่มชันขึ้นแล้วครับ..
 
 
 
จากเลาะเหว..
ตอนนี้เราก้เตรียมเดินขึ้นเขาจริงๆกันได้
แต่เราก้ยังจินตนาการไม่ออกว่าจะมีทางอะไรที่โหดๆรอเราอีกหรือเปล่า...
 
 
 
ที่ปลายทางของภูเขาลูกแรก..
เราพบนี่ครับ!!
 
 
ปลายธารน้ำแข็ง Orny
เป็นสัญญาณว่าเรามาถูกทางแล้ว..
ต่อจากนี้ถ้าเดินเลาะผาข้างธารน้ำแข็งไปเรื่อยๆ
ก้จะพบกับที่พัก Orny ที่ตอนแรกตั้งใจจะมาพัก
 
ระหว่างทางก้เดินเลาะริมธารไปเรื่อยๆ
 
 
ถึงภาพจะดูเฉยๆ
แต่ตามจริงมันสูงมากครับ
แน่นอน..​พลัดตกไปก้ยังตายห่าอยู่ดีครับ
 
 
 
มองย้อนกลับไป..
ทางทีเดินมา มองเห็นเป็นสันชัดเจนเลย..​สันของธารน้ำแข็ง
 
 
ในที่สุดก้มาถึงครับ...
บ้านพัก Orny (ที่เราไม่ได้พักเพราะที่พักมันเต็ม)
 
มาถึงตรงนี้ก้เวลา 6 โมงเย็นพอดีเลยครับ..
พักเหนื่อยกันนิดนึง..
เอาจริงๆว่าถ้านอนพักตรงนี้ได้จะดีมากเลย เพราะเราเหนือ่ยในระดับที่อยากพักเต็มที่
แต่ทำไงได้ครับ..ฟ้าก้จะมืด อาทิตย์ก้จะตกดินแล้ว เพิ่งถึงครึ่งทางเอง...
ความชิบหายใกล้จะมาเยือนครับ ถ้าเราไม่รีบเดินต่อ... 
 
 
มองย้อนไปข้างหลัง..
 
โอยยอยูสูงเต็มที..​อากาศก้น้อยลงเรื่อยๆ ทางก็โหดขึ้นเรื่อยๆ
ลองมองเลยเหวไป..​ปรากฎว่ามองอะไรแทบไม่เห็นเลย อย่างกับว่าโดนเมฆบังอะไรอย่างงั้นแหละ
 
 
และแล้ว..
เราก็เริ่มเดินออกจากที่ Orny ที่พักด่านหนึ่ง..
 
 
มีป้ายสี ฟ้า ขาว เป็นตัวบอกว่า "ทางที่มึงเดินอยู่นี่ level 4 จาก 6 แล้วนะเว้ย!!"
 
 
เดินไปสักพัก ลองมองย้อนกลับไปที่บ้านพัก Orny...
วิวไม่ธรรมดาจริงๆนะ
 
 
 
 
 
เอามุมกว้างให้ดูอีกรูป
 
 
 
เอาดูทางข้างหน้าต่อ...
 
เห็นจัดส้มๆแดงๆในภาพข้างบนใช่มั้ยคับ นั่นคนนะครับ
ลองจินตนาการดูว่าภูเขามันใหญ่ขนาดไหน
แค่มองขึ้นไปก็เพลียละ..​สูงจริงๆ
 
 
ถึงงั้นเราต้องไต่ขึ้นยอดอยู่ดี ถึงจะมองไม่เห็นว่ายอดอยู่ไหนก็เหอะ
ความชันก้ประมาน 50 องศาได้
 
 
 
 
ผ่านเนินภาพข้างบนไป เราก้พบกับธารน้ำแข็งเล็กๆ และกำงแพงธรรมชาติสูงครับ...
แล้วเราจะผ่านไปยังไง..
ก็ปีนสิครับ!!
 
 
 
ไต่ผาแล้วยังไม่พอ..
ยังต้องปีนขึ้นไปเรื่อยๆอีก..
 
 
ตอนนั้นพระอาทิตย์ก็ใกล้ลับขอบฟ้าเต็มที่แล้ว (เกือบสองทุ่ม) 
ทุกคนก้ยังต้องรีบจ้ำกันต่อไป..
ยิ่งพอมองลงไปนี่..โอ่ว..​ขึ้นมาสูงจนเสียว
 
 
 
 
จนกระทั่ง 2 ทุ่มแล้วก้ยังไม่ถึง..
 
ตามจริงบรรยากาศมันมืดแล้วนะครับ แต่กล้องถ่ายออกมามันดูสว่าง (เพราะ shutter speed ต่ำ)
เราก้ยังต้องเดินเลาะเขาต่อไป..
ต่อจากนี้จะเก็บกล้องไม่มีรูปจนกระทั่งไปถึงแล้วครับ
1 เพราะว่าทางมันมืดเกิน ถ่ายไม่ได้แล้ว
2 เพราะว่าตัวเองก้จะเดินไม่ไหวแล้ว หมดแรง มองทางก็ไม่ค่อยจะเห็น 
 
 
2ทุ่มผ่านไป... แสงหายไปจนเกือบหมดแล้ว..
ใครคนหนึ่งพกไฟจักรยานดวงน้อยๆมาพอดี เลยเอามาเปิดไว้ ให้พอคลำทาง
ใครอีกคนหนึ่งมีแบตมือถือเหลือ เลยใช้ไฟจากมือถือไว้คลำทางอีกหนึ่ง..
 
 
ทางยิ่งใกล้ยิ่งรู้สึกว่าน่ากลัว
มีบางช่วงทางเดินลื่นลงเหวสุดๆ แต่มีเชือกไว้ให้จับ
ก็โหนเชือกกันไป
 
 
ตามจริงที่พักนี่ให้เราเข้า check-in ได้ภายในทุ่มนึง
แต่เราเดินไม่ทันจริงๆ สุดท้ายราวๆทุ่มนึง เราเลยส่งม้าเร็วไปคนหนึ่งชื่อพี่ต่อ
พี่ต่อเป็นคนที่เดินเร็วมาก ปีนเขาเร็วมาก เลยอยู่หน้าขบวนเกือบตลอด
สุดท้ายพี่ต่อก้จ้ำๆๆ ไปถึงที่พัก check-in ก่อน..
ก้จะมีกลุ่มผู้นำประมาณ 4-5 คนอยู่กลุ่มม้าเร็ว ซึ่งพี่ต่อก็อยู่หน้าสุดตามฟอร์ม
ส่วนผมก้อยูกลุ่มท้าย แต่อยู่หน้าๆของกลุ่มท้าย เผื่อมองเห็นจุดหมายจะได้ตะโกนบอกคนข้างหลัง
 
 
ผมเดินๆไป.. ผ่านไปถึง 2 ทุ่มครึ่ง..​แม่งมองทางแทบจะไม่เห็นแบบจริงจัง
ผมมาถึงทางแยก... ระยะที่ผมมองเห็นได้คือแค่ 2-3 เมตร
ทางซ้าย..​เลาะขอบผา..มีหินให้เกาะอยู่นิดๆ ไม่น่าจะใช่ทางที่ถูก.. 
ทางขวา..เดินขึ้นเขา 60 องศา..​มีหินให้เดินอยู่นิดๆ ไม่เหมือนทางเดินคน ไม่น่าใช่ทางที่ถูก..
แล้วทางไหนมันทางที่ถูกวะเนี่ย!!!!
 
 
ผมไม่อยากเสียพลังงานในการเดินไปในทางที่ผิด
ผมเลยนั่งรอคนกลุ่มที่ตามมาช่วยกันดูสักหน่อย
 
ไม่นาน พี่ที่อยู่ข้างหลังก้ตามมาถึง...
นุ!! ทำไมนั่งตรงนี้ ...​พี่คนนั้นถาม
ผมไม่รุ้จะไปทางไหนอะพี่ มีทางสองทางที่ไม่เหมือนทางที่มนุษย์จะเดินได้.. ผมตอบ
 
หลังจากช่วยกันมองสักพัก..​เราก้ตัดสินใจว่า
กระท่อมที่พักเนี่ยน่าจะอยู่บนเขา..​ตัดสินใจเดินขึ้นเขาชันๆอีกรอบละกัน
ตอนนั้นผมโคตเหนือ่ยเลยคับ เดินมาความสุงจะ 3000 เมตรแล้ว
(เหมือนเดินขึ้นใบหยก 1.5 เท่า) 
แต่ก้แบกร่างขึ้นไปเรื่อยๆ..
ผ่านไปถึงเกือบๆสามทุ่ม..
ผมเห็นแสงไฟอยู่ที่ยอดเขา.. แสงเป็นจุดสองสามจุด
ผมโคตตตตจะดีใจเหมือนได้เหรียญทองโอลิมปิกเลยคับ!!!
 
ผมตะโกนไปให้คนตามหลัง "ผมเห็นแสงไฟแล้วพี่ เราใกล้จะถึงแล้ว!!"
 
ผมรีบจ้ำๆๆขึ้นไปตามแสงไฟ
สักพัก 3 ทุ่มกว่าๆ แสงหมดแบบผมมองได้แค่ระยะ 1 เมตร
อากาศก็โคตตตหนาวแล้วครับ
พอไม่มีดวงอาทิตย์ ภูเขาอันงดงามก้เปลี่ยนเป็นนรกหิมะดีๆนี่เอง
เริ่มจะเดินไม่ได้แล้ว อันตรายเกิน..
ผมเดินช้าลงสักเล็กน้อย..
จังหวะนั้นเอง..
ผมเห็นไฟสองสามดวงจากบ้านพักเคลื่อนที่มาทางผม!!!
จังหวะนี้ผมรุ้แล้วว่าผมรอดแล้ว
 
ผมตะโกนไป "พี่มีคนเอาไฟฉายมาช่วยแล้ว!!"
 
สุดท้าย..​ผมมีคนมาช่วยในที่สุดครับ
เดินอีกแป๊บๆก้ถึงบ้านพักจนได้...
 
ไปถึงปั๊บมีต่อรออยู่แล้ว พี่เค้าบอกว่ามาถึงเมื่อ 1 ชั่วโมงก่อน (ตอนสองทุ่ม)
ถือว่าเร็วมากจริงๆ
และแล้วอาหารจากที่พักก็มาเสริฟครับ
ทุกคนซัดอาหารกันไม่เลี้ยงเลยครับ
 
สวบๆๆ เข้าไป เสริมพลังงานที่หายไปกันเต็มที่!!
ผ่านไปแป๊บเดียว อาหารพวกแป้งโปรตีนหายเรียบครับ
 
 
 
และแล้วคืนนั้นไม่มีไพ่.. ไม่มีการนั่งคุยกันครับ
มีแค่กลุ่มเล็กๆไปถ่ายดาวถ่ายรูปกลางคืน
แต่ไม่นานก้ต้องเข้าบ้าน เพราะหนาวเกิน...
ทุกคนหลับเพราะความโคตเหนื่อยครับ
แต่กระท่อมที่พักมันมีประมาณ 30 คนต่อห้อง
เลยมีเสียงนู่นเสียงนี่ตลอดเวลา ผมก้เลยหลับๆตื่นๆตลอดคืนเลยทีเดียว...
 
ประมาณตี 5 ผมรุ้สึกตัวเห็นฝรั่งเกือบทั้งหมดที่พักห้องเดียวกันเนี่ย ออกเดินทางแล้ว
คาดว่าจะไปลุยข้ามธารน้ำแข็งไปภูเขาลูกอื่นต่อ
 
ส่วนผมหลับยัน 7 โมงเช้าครับ..
ตื่นเช้ามากินขนมปังและชาจากที่พัก
สิ่งที่ผมเห็นหน้าที่พักนี่มันก็..​สุดยอดจริงๆ..
เมื่อคืนมันมืดเลยไม่เห็นอะไร
แต่ตอนเช้านี่..​มันเป็นแบบนี้ครับ!!
 
 
 
หน้าบ้านพักก็เป็นภูเขาหิมะเลยกับธารน้ำแข็ง Trient เลยครับ!!
ตรงนี้ก้ใกล้จะเป็นยอดแล้วครับ
อีก 100-200 เมตรก็ถึงยอดเขาแล้ว
วิวมันเลยสุดยอดจริงๆ
 
 
 
 
ชาอุ่นๆกับอากาศหนาวๆ
 
 
 
ริมเหว
 
 
 
เช้าวันนี้..​มีคอปเตอร์บินผ่านภูเขาด้วย~
 
 
ถ้ามารับผมลงไปจะดีใจมาก..​เหนี่อยกับการเดินจริงๆ..
แต่ความจริงแล้ว เค้ามารับคนเจ็บลงเขาไปครับ..
ไม่รู้คนเจ็บเขาขาหักหรืออะไร เห็นเดินไม่ได้..​
 
 
และแล้วเราก้ต้องจากบ้านพัก และจำใจเดินลงเขาอย่างไม่มีทางเลือกครับ
 
 
ขากลับนี่สว่างแล้ว
เลยได้พบความจริงว่า...
วิวนี่มันสุดๆของสุดๆจริงๆอลังการมากกก
 
 
 
 
แต่เราก้ได้พบอีกหนึ่งความจริงว่า..
ทางมันเหี้ยจริงๆ..​ขามาเดินมาได้ไงวะเนี่ย
 
 
 
 
 
 
 
สุดท้ายนี้..
ผมขอยกทริปนี้ขึ้นเป็นหนึ่งทริปที่ยอดเยีย่มที่สุดในความทรงจำผมเลยครับ
ความงามของธรรมชาติมันคู่กับความน่ากลัวจริงๆ..
ยิ่งงดงามเท่าไหร่ ก้ยิ่งอันตรายเท่านั้น
และภูเขากับธารน้ำแข็ง Trient นี้ก็เป็นสถานที่ที่งดงามและน่ากลัวสุดๆไปเลย
ถึงอย่างนั้น ถ้าเราไม่ประมาทแล้วละก็..​ความน่ากลัวก็อาจจะไม่ได้อันตรายอย่างที่คิดหรอกครับ!!!
 
ขอจบทริปมหากาพย์เดินเขาธารน้ำแข็ง Trient ไว้แค่นี้แล้วกันครับ
ไว้พบกันใหม่ : )
 
 
(ภาพสุดท้าย ถ่ายโดยกล้องพี่ต่อ)
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ตัลลั้กก คาสิโนออนไลน์

#19 By britrocker1234 on 2016-08-24 03:06

ฉันรักสวิส ขอบคุณคะ
บาคาร่า

#18 By pammy (176.67.81.241|176.67.81.241) on 2015-06-29 19:04

อ่านมันมาก ระทึกไปด้วย ขนาดได้ฟังมาก่อนแล้วรอบนึงนะเนี่ย

#17 By nutt (103.7.57.18|178.193.218.158) on 2012-12-22 02:09

โห วิวสวยมากเลยครับ หยั่งกับได้ไปเห็นโลกที่กว้างขึ้นเลย  อยากเห็นดาวตอนกลางคืนอ่ะครับcry
ขอบคุณมากครับ ที่อุสาห์เอาภาพมาเล่ามาเป็นช๊อตๆ รู้สึกเหมือนได้ไปเดินเองเลยconfused smile
Hot! Hot! Hot!

#16 By NiGHTSSE7EN on 2012-09-22 00:08

ภาพสวยมากครับ
เล่าเรื่องได้น่าลุ้น น่าติดตามจริงๆครับ
ขอบคุณมากครับ สำหรับประสบการณ์ดีๆที่นำมาแบ่งปัน
ทั้งสวยและน่ากลัวจริงๆด้วย confused smile

#12 By bakabo ลั๊ลล๊า~ on 2012-09-21 10:54

ที่แท้ก็ทริปนี้เอง ผมรู้จักกับพี่แชมป์ (คนชูแขนอยู่แถวบน) รูปสวยมาก และการผจญภัยตื่นเต้นดีครับ

#11 By Eitchiko on 2012-09-20 23:53

น่าไปเที่ยวมากเลยค่ะ

#10 By วิสสี่ on 2012-09-20 12:51

Hot! Hot! 
สุดยอดทริปจริงๆเลยครับ

#9 By Clepsydra:: on 2012-09-20 07:03

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

น่าสนุกจังเลยคะbig smile big smile

#8 By YiM-YiiM on 2012-09-19 11:51

โอยยย สุดยอดสวยมากค่ะ ภูเขาที่นี่มันกว้างใหญ่มากเลย ตอนที่แอ้ไปปีนฟูจิมันดูแคบๆไม่กว้างขนาดนี้ สุดยอดมากค่ะ

#7 By L@zySheep on 2012-09-18 22:47

อ่านที่เล่าแล้วลุ้นตาม อันตรายจริงๆ
แต่ก็แลกกับการได้เห็นทิวทัศน์ที่สวยงาม และพอปีนขึ้นไปได้มันก็เป็นความภูมิใจไม่น้อยเลยด้วยสินะ
อยากลองบ้างจริงๆHot!

#6 By φυβλας on 2012-09-18 20:19

อยากไปบ้างยรบ้าง. แต่ตอนนี้ภูกระดึงยังอาจจะไม่รอด. 555

#5 By winter-moonlight on 2012-09-18 11:16

ดีใจ มีรูปพี่ด้วย หุหุ big smile big smile

#4 By พี่ฝน (103.7.57.18|83.172.215.94) on 2012-09-18 01:29

สุดยอดครับ ภาพสวยมาก ขาไปนี่คงแบบ ไม่สนใจอะไรแล้ว ให้ถึงทันเวลาไว้ก่อนเป็นดีที่สุด พอกลับตอนเช้า สุดยอดจริงๆครับ บรรยากาศทั้งหมดสวยงามมาก คงทำให้หายเหนื่อยได้ไม่น้อยเลยจริงๆ big smile

#3 By VIITAMINT (103.7.57.18|182.52.70.141) on 2012-09-18 00:24

สวยมาก
อันตรายมาก
แต่ก็คุ้มค่ามาก :)))Hot! Hot!

#2 By Mine on 2012-09-18 00:16

จากรูปแล้วทั้งน่าสนุกและน่ากลัวจังค่ะ แต่น่าไปมาก confused smile

#1 By ふうりん on 2012-09-17 23:22

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...